เพราะที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น...

รบกวนสละเวลาสัก 5 นาที

อ่านข้อมูลด้านล่างนี้สักนิดนะคะ

แล้วคุณจะเข้าใจว่า

"รักษาสิวที่นี่ มันเป็นแบบไหน?"

 

จากประสบการณ์การเป็นโค้ชและที่ปรึกษาของบีม พบว่าปัญหาสิวของคนไทยแบ่งเป็น 3 ระดับความรุนแรง

คือ รุนแรงน้อย ปานปลาง และมาก

ซึ่งจะมี "ระดับความลึกและซับซ้อนของปัญหาแตกต่างกัน" ทำให้แต่ละคนต้องใช้วิธีแก้ปัญหาในระดับตื่นและลึกที่แตกต่างกันไป ส่งผลให้ใช้ระยะเวลาแตกต่างกันไปด้วย

ในระดับตื้น เช่น การแพ้ครีม ใช้ครีมมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิว สารเคมีรุนแรง ล้างหน้าไม่สะอาด ก็แก้ได้ง่ายมาก

แต่ในระดับลึกนั้น ต้องลงไปแก้ถึงระดับ "จิตใต้และไร้สำนึก" เพื่อ "ตัดต้นตอ" ของจุดทำลายร่างกายตัวเองแบบอัตโนมัติออกให้หมด

 

 

 การแก้ปัญหาสิวที่บีมค้นพบที่ได้ทดลองกับตัวเองจนเห็นผลลัพธ์นั้น พบว่าสัดส่วนของการแก้ปัญหาสิว จะต้องทำควบคู่กันไปทั้งภายนอกและภายใน

โดย "ราก" ของปัญหาอยู่ในส่วนของจิต 80% และการปรับผลิตภัณฑ์ภายนอกจะช่วยแก้ปัญหาได้ประมาณ 20% ซึ่งขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปไม่ได้

แต่การเน้นที่การ "ซ่อมราก" จะทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ "แรงและเร็วกว่า" และ "เห็นผลยั่งยืนกว่า"

 

ผลลัพธ์ 20% ที่ผิวและสิวที่ลดลงนั้นจะสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย คือ เห็นได้ด้วยตา ทั้งที่สังเกตได้ด้วยตัวเองและผู้อื่น

ซึ่งเราจะสังเกตตัวเองได้ก่อนใน 1-2 เดือนแรกถ้าปรับการดูแลผิวได้ถูกต้อง และผู้อื่นจะค่อย ๆ สังเกตเห็นภายใน 3-6 เดือนหรืออาจจะ 9-12 เดือน อยู่ที่ "ราก" ของแต่ละคน

ส่วนผลลัพธ์ 80% นั้น ต้อง "สัมผัสด้วยใจ" ตรงจุดนี้ เจัาตัวต้องฝึกฝนการ "สังเกต" ตัวเองเท่านั้น เป็นเรื่องของการ "ฝึกฝนจิต" ให้มีสมาธิและอยู่กับปัจจุบัน เพื่อสังเกต "สภาวะในปัจจุบัน" ได้อย่างแท้จริง

ถ้าหากเห็นผลที่ "ใจ" แล้ว ผลทางกายหรือผลที่เห็นด้วยตา จะปรากฏขึ้นรวดเร็วมาก

ตรงกันข้าม การที่มุ่งไปทำในส่วนที่ "เห็นด้วยตา" จะเห็นผลช้ากว่าการมุ่งไปทำที่ "ใจ"

 

จากประสบการณ์เป็นโค้ชและที่ปรึกษาสิวเรื้อรังมา 9 ปี พบสัจธรรมของผู้ที่เป็นสิวจนสรุปได้ว่า ผู้ที่เน้นการแก้ที่ "จิต" และ "ภายใน" จะเห็นผลช้าแต่หายยั่งยืน ระหว่างทำจะมีจิตสงบ ไม่วุ่นวาย แตกต่างจากผู้ที่มุ่งเอาแต่ผลลัพธ์ภายนอก จะเป็น ๆ หาย ๆ ไม่ลงไปแก้ที่ระดับ "ราก" ก็จะเป็นอยู่อย่างนั้นตลอด

ถ้าพูดในเชิงวิทยาศาสตร์ให้เข้าใจกันง่าย ๆ ก็ขอเปรียบเทียบไว้ในภาพนี้ จริง ๆ แล้ว จิตใต้สำนึกมันมีลึกลงไปกว่านั้น จะเป็นสภาวะที่อาจจะอธิบายได้ยาก ต้องฝึกฝนจนสัมผัสได้เอง จุดนี้จึงขอกล่าวถึงแค่เพียงระดับจิตใต้สำนึกก่อน เพราะคนทั่วไปจะเข้าใจและยอมรับได้ ซึ่งจิตระดับนี้ จะไม่อยู่ภายใต้ความคิดที่เป็นเหตุผลเป็นที่สะสม "ความรู้สึกและอารมณ์" ล้วน ๆ ซึ่งในคนที่มีปัญหาสิวจะมีปัญหาเรื่อง "ขาดความรักในระดับลึก" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "สิวเรื้อรัง" ที่มีรากมาจาก "การขาดความรัก" มานาน ได้รับการทำร้ายทางคำพูด สายตา การกระทำต่าง ๆ  ล้วนส่งผลให้ "ความรู้สึกเหล่านี้สะสมอยู่" ให้รู้สึกว่า "ตัวน่าเกลียด"

ความรู้สึกเหล่านี้ จะตรงไปที่ต่อมไร้ท่อและเซลล์ร่างกายโดยตรงไม่ผ่านสมอง ต่อมไร้ท่อเป็นต่อมที่สร้างฮฮร์โมนและควบคุมระบบอัตโนมัติเช่น ย่อยอาหาร การเคลื่อนไหว ระบบประสาทของร่างกาย ซึ่งเมื่อจิตสะสมพลังลบมาก ๆ นาน ๆ จะทำให้ระบบเหล่านี้อ่อนแอ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การย่อยอาหารไม่ดี ผิวหนังก็อ่อนแอ อ่อนแอไปหมด กลายเป็นคนขี้แพ้ในชีวิตจริง

สุดท้าย ก็ส่งผลเป็น สิวและผิวอ่อนแอแพ้ง่ายที่หาสาเหตไม่ได้ ปรับพฤติกรรมได้สักพัก ก็กลับไปทำแบบเดิมใหม่ วนหลูบอยู่แบบนั้น ไม่หายเสียที...เป็นภาวะที่ "ขี้แพ้อย่างสิ้นเชิง" พอจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรม จิตก็รั้งไว้ บอกว่า ทำไม่ได้หรอก  มีเหตุผลมากมายที่จะรั้งให้มีชีวิตแย่ ๆ และผิวแย่ ๆ ต่อไป ใครที่ฝึกฝนจิตใจให้เข้มแข็ง ทลายรากได้ และมีเมตตาต่อตัวเองและผู้อื่นได้เต็มหัวใจจึงจะหลุดพ้นจากสภาวะเช่นนี้ได้จริง

การแก้ปัญหาสิวในยุคปัจจุบันมีหลักง่าย ๆ คือ การเติมน้ำ

เพราะโลกที่ร้อนเป็น "ไฟ" ทั้งสิ่งแวดล้อมและผู้คน ผู้คนที่มีปัญหาสิวจะได้รับผลกระทบจากความร้อนมากกว่าบุคคลอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีธาตุพื้นฐานเป็นกลุ่ม "ไฟและลม" จะได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ

ไฟ คือ ระบบย่อยอาหาร ระบบนี้ประกอบด้วย ตับ (ที่สัมพันธ์กับระบบเลือดและถุงน้ำดี) ตับอ่อน กระเพาะอาหาร (ที่สัมพันธ์กับม้าม) ลำไส้เล็ก (ที่สัมพันธ์กับหัวใจ)

ซึ่งเมื่อตับมีปัญหา จะทำให้เลือดร้อนและมีพิษสะสมไปด้วย ซึ่งถ้าตับจัดการไม่ไหวแล้ว พิษจะถูกระบายออกทางผิวหนัง เกิดเป็นสิวและอาการผิวแพ้ลักษณะต่าง ๆ ผิวขาดน้ำ ก็จะระคายเคืองและอักเสบง่าย เป็นสาเหตุหลักของ "สิวและผิวอ่อนแอชนิดเรื้อรัง"

ลม คือ ระบบประสาท ที่ว่างในร่างกาย ช่องท้อง การเคลื่อนไหว เป็นต้น สิ่งที่กระทบลมและก่อลมมากที่สุด คือ ความเครียด การนอนไม่พอ พักผ่อนน้อย

ดังนั้น เมื่อผู้คนที่มีพื้นฐานเป็น ปิตตะ (ไฟ+น้ำ) และ วาตะ (ลม+ที่ว่าง) ได้รับความร้อนและลมเพิ่มขึ้น จะทำให้ระบบภายในปั่นป่วน ทำให้มีปัญหาผิวมากมายไม่รู้จบ

ซึ่งสิ่งที่ทำให้มีปัญหาผิวจริง ๆ แล้วก็คือ อาหารการกินและวิถีชีวิตนั่นเอง

สำหรับร่างกายแล้ว จุดหลักที่จะแก้ปัญหาแบบทันทีได้เลย คือ การดื่มน้ำสะอาดให้มาก วันละ 2.5 ลิตร โดยดื่มให้ถูกวิธีตามที่สอนไว้ใน https://acnefree101.blog/bs-basics/พร้อมเลิกใช้ยาและเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรงหรืออันตรายต่อผิว หันมาใช้ธรรมชาติและออร์แกนิคที่เน้นให้ผิวอิ่มน้ำแทน (ซึ่งก็ต้องตรวจสอบกันดี ๆ อีกทีในส่วนผสม มีทั้งของแท้และของเทียม)

สำหรับภายใน สำคัญเลยก็คือ พลังแห่งความรักและเมตตาจากหัวใจที่แท้จริงเท่านั้น ที่จะช่วยระงับพลังไฟโกรธ เกลียด ริษยา อาฆาต และมีแต่การหายใจและการทำสมาธิเท่านั้น ที่จะช่วยให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย

เมตตาและความรักที่ปราศจากเงื่อนไข (ถ้าเธอทำสิ่งนี้ ฉันจะรักเธอ แบบนี้ไม่ใช่ นี่เรียกเห็นแก่ตัวและมีเงื่อนไข) จะช่วยดับไฟ ณ จุดกำเนิดที่ทำลายล้างตัวเอง เป็นเหมือนระเบิดเวลา ที่ถ้าปล่อยไว้ จะกลายเป็นมะเร็งได้ในอนาคต

การฝึกหายใจ การฝึกโยคะ และการทำสมาธิ จะช่วยดับลม การแตกซ่านของความคิด การสลายความเครียด แม้จะเป็นแค่ช่วงหนึ่งเพียงเล็กน้อยที่ทำได้ ก็ยังดีกว่าไม่ทำเลย ค่อย ๆ ฝึกไป เดี๋ยวจะทำได้มากขึ้นเอง

... จะแก้ปัญหาผิว ต้องแก้ที่โคนกันแบบนี้ ...

ไม่ใช่กินยา ไม่ใช่แค่ทาครีม (แต่ต้องเลือก skincare ที่เป็นมิตรต่อผิว ต้องทำให้ผิวอิ่มน้ำและกำจัดเชื้อสิวได้ในตัว จะช่วยได้) 

นี่แหละ คือ #วิถีรักษาสิวแบบธรรมชาติ ที่แท้จริง

สำหรับวิธีการแก้ปัญหาสิว บีมจำแนกจากประสบการณ์ที่เป็นโค้ชและให้คำปรึกษามาเป็น 2 ระดับ คือ ระดับตื้น แก้เฉพาะที่ผิว จะจัดไว้ที่ส่วนของ Beam's Secret Solutions ซึ่งเป็นเว็บที่ทุกท่านอ่านอยู่ตอนนี้ จะพูดถึงแค่เรื่องผลิตภัณฑ์ การปรับสมดุลผิว ไว้เท่านั้น ยังไม่แตะเข้าไปข้างใน เพราะ 99% ยังไม่มีใครพร้อม แม้จะอยากทำภายในเลย มันก็มีขั้นตอนของมันที่ต้องทำ ต้องศึกษา ต้องใช้เวลาในการปรับตัว

ดังนั้น แนะนำให้ทำสเต็ปผิวให้ผ่านก่อน แล้วค่อยขยับเข้าไปลึกขึ้นดีกว่าค่ะ จะทำให้คุณเรียนรู้ตัวเองได้ดีกว่า ไม่อย่างนั้น มันจะตีกันไปหมด เพราะ การลงลึกไปถึงภายในทั้งที่พื้นฐานผิวยังไม่ดีและความรู้ประสบการณ์ธรรมชาติบำบัดยังไม่แน่น จะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีมาก และอาจทำให้ท้อ ไปไม่ถึงฝั่ง และล้มเลิกได้

ที่แย่กว่านั้น คือ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า ด้วยความไม่รู้และไม่เข้าใจจริงในกระบวนการทำงานของร่างกายตัวเอง

ขอให้เน้นที่การเรียนรู้เป็นหลัก เรียนให้เข้าใจ แล้วเอาไปลงมือทำ ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนตัวเองไปอย่างสม่ำเสมอ เปลี่ยนทีละอย่าง เปลี่ยนอย่างหนึ่งเสร็จแล้ว ค่อยไปเปลี่ยนอันต่อไป แบบนี้จะมีกำลังใจมากกว่า

"ล้มโดมิโนทีละตัว" จำไว้นะคะ อันนี้ใช้ได้กับทุกเรื่อง

สำหรับการเปลี่ยนที่ภายใน จะอยู่ในธีมของ #สิวเปลี่ยนชีวิต ซึ่งจะมีให้ศึกษาทั้งในเว็บ ในแฟนเพจ และในกลุ่มเฟสบุ๊ค ขอให้เริ่มต้นไปปรับพื้นฐานกันได้เลยที่กลุ่มเฟสบุ๊คค่ะ ใครไม่มีเฟสบุ๊ค แนะนำให้สมัครเพื่อใช้ในการเรียนรู้นี้โดยเฉพาค่ะ จุดนี้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ขอแค่ตั้งใจเรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มก็พอค่ะ

คลิกเข้ากลุ่ม https://web.facebook.com/groups/beamsecret.reset/